แต่ก่อนผมชอบอ่านหนังสือมากอ่านทุกอย่างที่ขวางหน้าและก็อ่านทุกหน้า
เพราะเชื่อว่ามันเป็นหน้าที่ของเรา และบางทีก็กลัวว่าเราจะข้ามอะไรบางอย่างทีดีๆไป
ก็เลยอ่านมันไปเสียทุกอย่างทุกหน้า
จนเริ่มเข้าสู่วัยทำงานก็คิดว่าเราจะต้องทำเป็นทุกอย่างๆ
แต่เมื่อทำไปสักระยะหนึ่งแล้วจึงรู้ว่าบางครั้งเราไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่างหรือว่ารู้ทุกเรื่องก็ได้เราอาจจะรู้เฉพาะเรื่องที่จะทำให้งานหลักของเรานั้นดีขึ้นเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว d world
เมื่อก่อนนิสัยหนึ่งที่ผมชอบเป็นและคิดว่าหลายๆคนก็คงเป็นเหมือนกันกับผมกันกับผมนั้นก็คือ
ชอบเก็บของต่างๆไว้เพราะว่าเสียดายไม่กล้าทิ้งและคิดว่าสักวันหนึ่งเราอาจจะได้ใช้ก็ได้
จนของเต็มทั้งที่ทำงานและที่บ้านไปหมดเลย ซึ่งมันก็ส่งผลต่อการทำงานในแต่ละวันของเราด้วยเพราะว่ากว่าจะหาของแต่ละอย่างเจอนั้นก็ใช้เวลานานพอสมควร
คนผมได้มีโอกาสได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งซึ่งเขาบอกว่าอะไรที่ไม่ได้ใช้เป็นเวลานาน
หรือว่าของที่ไม่ได้ใช้เกิน 2 ปี ก็ควรเก็บทิ้งซะซึ่งเหตุผลที่เขาให้นั้นก็คือหากว่าของในที่ทำงานหรือว่าที่บ้านเราไม่รก
มีจำนวนน้อยแต่เท่าที่จำเป็นเวลาที่เราจะหาของที่สำคัญๆนั้นก็จะหาได้เร็วขึ้น
ซึ่งจากการลองทำตามหนังสือที่เขาบอกมันก็หาได้เร็วขึ้นจริงๆด้วย
และสิ่งที่ได้อีกอย่างหนึ่งนั้นก็คือเราจะเครียสน้อยลงกว่าเดิมมากเพราะว่าเมื่อก่อนเราจะคิดหาของสักชิ้นหนึ่งเราจะต้องคิดว่าอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง
ทีนี้พอเก็บบางอย่างทิ้งไปข้อมูลเส้นทางว่าเราเก็บอะไรไว้ที่ไหนบ้างก็ถูกลบออกไปด้วยเราจึงคิดหาสิ่งของต่างๆได้เร็วขึ้นด้วย
อันนี้ผมคิดเอาเองล้วน ทำอย่างนี้แล้วเราจะใช้เวลาในการทำงานปริมาณเท่าเดิมด้วยเวลาที่น้อยลง d world
อีกอย่างก็คือความรู้หรือว่าข่าวทุกข่าวเราไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้
สิ่งที่คนสำเร็จส่วนมากทำนั้นก็คือเขาจะมีการโฟกัสสิ่งที่จะสามารถทำให้เขานั้นประสบกับความสำเร็จในชีวิตได้
โดยที่ไม่สนใจอย่างอื่นเลย หรือว่าสนใจน้อยมาก
เพราะเขารู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เป็นประโยชน์และอะไรที่เป็นสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์
และก็เลือกทำสิ่งที่เป็นประโยชน์อย่างสุดความสามารถ
เป็นความจริงว่าหากเราเสียเวลากับเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากพอเราก็จะเก่งในเรื่องนั้น
อย่างที่มีทฤษฎีที่บอกว่าหากว่าฝึกฝนมากถึง 10000 ชั่วโมงเราจะกลายเป็นผู้เชียวชาญได้
ดังนั้นจงโฟกัสกับเรื่องที่จะทำให้เราประสบกับความสำเร็จได้
#s7content